Close Menu
    Facebook X (Twitter) Instagram
    hotphuketvillas.com
    • Home
    • ข่าวสารล่าสุด
    • ความบันเทิง
    • สุขภาพ
    hotphuketvillas.com
    สูตรอาหาร

    เบจ์กลี (Bejgli): โรลไส้วอลนัตหรือเมล็ดป๊อปปี้สุดอร่อยของ ฮังการี

    Gerald BakerBy Gerald BakerNovember 11, 2025No Comments2 Mins Read

    ในบรรดาของหวานประจำเทศกาลของยุโรปตะวันออก ชื่อของ เบจ์กลี (Bejgli) จาก ฮังการี ถือเป็นหนึ่งในขนมอบที่มีความงดงามและมีความหมายลึกซึ้งมากที่สุด ขนมโรลที่มีลายวงสวยงามนี้มักจะปรากฏบนโต๊ะอาหารของทุกบ้านในช่วงคริสต์มาส และกลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความอบอุ่น ความอุดมสมบูรณ์ และการเฉลิมฉลองร่วมกันของครอบครัว

    เบจ์กลีไม่ได้เป็นเพียงของหวานทั่วไป แต่เป็นขนมที่ผูกพันกับวัฒนธรรมและจิตวิญญาณของชาวฮังการีมานานหลายร้อยปี รสชาติของมันเป็นการผสมผสานระหว่างความหอมของแป้งเนยเนียนนุ่มกับไส้ถั่ววอลนัตบดหรือเมล็ดป๊อปปี้ (poppy seed) ที่หวานมันละมุนลิ้นจนยากจะลืม


    ต้นกำเนิดของเบจ์กลี

    เบจ์กลีมีประวัติยาวนานตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 18 โดยมีต้นแบบมาจากขนมโรลแบบเยอรมันที่เรียกว่า “Mohnstrudel” หรือ “Nussstrudel” ซึ่งแพร่เข้ามาในยุโรปกลางผ่านการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างออสเตรีย เยอรมนี และฮังการี

    เมื่อเข้าสู่ฮังการี ขนมชนิดนี้ได้รับการปรับเปลี่ยนให้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมากขึ้น โดยการใช้แป้งที่เนียนและแน่นกว่า รวมถึงการเน้นความกลมกล่อมของไส้ถั่วและเมล็ดป๊อปปี้ ซึ่งเป็นวัตถุดิบที่มีอยู่มากในภูมิภาคนี้

    ในศตวรรษที่ 19 เบจ์กลีเริ่มได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย และกลายเป็นขนมประจำเทศกาลคริสต์มาสของครอบครัวฮังการีมาจนถึงปัจจุบัน ไม่ว่าจะอยู่ในเมืองหรือชนบท บ้านไหนๆ ก็ต้องมีเบจ์กลีวางอยู่บนโต๊ะ เพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งโชคลาภและความเจริญรุ่งเรืองในปีใหม่ที่กำลังจะมาถึง


    สัญลักษณ์และความหมายทางวัฒนธรรม

    สำหรับชาวฮังการี เบจ์กลีไม่ได้เป็นเพียงขนมอร่อย แต่ยังมีความหมายเชิงสัญลักษณ์ที่ลึกซึ้งอีกด้วย โดยเฉพาะไส้สองแบบที่ใช้กันมากที่สุด

    • ไส้วอลนัต (Diós Bejgli) หมายถึงความมั่งคั่งและการคุ้มครอง เพราะวอลนัตเปรียบเสมือนพลังแห่งชีวิตที่ถูกห่อหุ้มอยู่ในเปลือกแข็ง
    • ไส้เมล็ดป๊อปปี้ (Mákos Bejgli) หมายถึงความอุดมสมบูรณ์และความโชคดี เนื่องจากเมล็ดเล็กๆ นับพันเม็ดสื่อถึงการมีทรัพย์สินมากมายในอนาคต

    ในบางพื้นที่ของฮังการี ครอบครัวยังถือเคล็ดว่าควรอบเบจ์กลีทั้งสองแบบไว้คู่กัน เพื่อให้สมดุลระหว่างความมั่งคั่งและความโชคลาภ ซึ่งกลายเป็นประเพณีที่สืบทอดกันมายาวนาน


    ส่วนผสมและความพิถีพิถันในการทำ

    ความอร่อยของเบจ์กลีขึ้นอยู่กับคุณภาพของวัตถุดิบและความใส่ใจในทุกขั้นตอน ทั้งการนวดแป้ง การทำไส้ และการม้วนโรลให้แน่นพอดีจนได้ลวดลายสวยงามเมื่ออบเสร็จ

    ส่วนผสมของแป้งเบจ์กลี (สำหรับ 2 โรล):

    • แป้งสาลีเอนกประสงค์ 500 กรัม
    • เนย 250 กรัม (แช่เย็นและหั่นชิ้นเล็ก)
    • น้ำตาล 100 กรัม
    • ไข่แดง 2 ฟอง
    • ครีมหรือนมเปรี้ยว 100 มิลลิลิตร
    • ยีสต์แห้ง 1 ช้อนชา
    • เกลือเล็กน้อย

    ไส้วอลนัต:

    • วอลนัตบด 250 กรัม
    • น้ำตาล 100 กรัม
    • นมอุ่น 100 มิลลิลิตร
    • ผิวเลมอนขูดและอบเชยเล็กน้อย

    ไส้เมล็ดป๊อปปี้:

    • เมล็ดป๊อปปี้บด 250 กรัม
    • น้ำตาล 100 กรัม
    • นมอุ่น 100 มิลลิลิตร
    • ลูกเกดและผิวส้มขูด (ถ้าต้องการเพิ่มกลิ่นหอม)

    ขั้นตอนการทำ:

    1. ผสมแป้งกับเนยเย็นจนร่วน เติมน้ำตาล ยีสต์ ไข่แดง และครีม นวดจนเป็นเนื้อเดียวกัน
    2. แบ่งแป้งออกเป็นสองก้อน พักไว้ในตู้เย็นประมาณ 1 ชั่วโมง
    3. เตรียมไส้โดยนำวัตถุดิบทั้งหมดผสมเข้าด้วยกัน แล้วพักให้เย็น
    4. รีดแป้งให้เป็นแผ่นสี่เหลี่ยม ทาไส้ให้ทั่วแล้วม้วนให้แน่น
    5. วางบนถาดอบ ทาไข่แดงด้านบน พักให้แป้งเซตตัว
    6. อบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียสประมาณ 30–40 นาที จนเปลือกเป็นสีน้ำตาลทอง

    เมื่ออบเสร็จจะได้เบจ์กลีที่มีลายแตกบนผิวเล็กน้อย ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของขนมชนิดนี้ กลิ่นหอมของเนยและถั่วจะลอยอบอวลไปทั่วห้อง


    เทคนิคสำคัญในการทำเบจ์กลีให้อร่อย

    เบจ์กลีที่ดีควรมีแป้งที่เนียนแน่นแต่ไม่แข็ง และไส้ที่กระจายสม่ำเสมอจนถึงปลายโรล การอบที่ถูกต้องจะทำให้ได้เปลือกบางกรอบสวยโดยไม่แตกมากเกินไป

    เชฟขนมในฮังการีมักมีเคล็ดลับเฉพาะ เช่น

    • ใช้เนยแท้คุณภาพสูงเพื่อให้แป้งมีกลิ่นหอมมัน
    • ม้วนโรลให้แน่นแต่ไม่อัดเกินไป เพื่อป้องกันไม่ให้แป้งแตก
    • ทาไข่แดงสองชั้น (ชั้นแรกก่อนพักแป้ง ชั้นที่สองก่อนอบ) เพื่อให้ได้สีทองเงางาม
    • อบด้วยอุณหภูมิคงที่และไม่เปิดเตาระหว่างอบ เพื่อให้ลายโรลเรียบสวย

    เบจ์กลีในวิถีชีวิตชาวฮังการี

    ในช่วงเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ แทบทุกบ้านในฮังการีจะมีกลิ่นหอมของเบจ์กลีลอยออกมาจากเตาอบ เป็นช่วงเวลาที่ทุกคนในครอบครัวมาร่วมกันทำขนม แบ่งหน้าที่กันทั้งการนวดแป้ง ทำไส้ และม้วนโรล

    นอกจากจะเสิร์ฟเป็นของหวานหลังมื้ออาหารแล้ว เบจ์กลียังถูกนำไปมอบเป็นของขวัญให้ญาติผู้ใหญ่หรือเพื่อนสนิท เพื่อสื่อถึงความรักและคำอวยพรในปีใหม่

    ในร้านเบเกอรี่ทั่วบูดาเปสต์ คุณจะพบเบจ์กลีเรียงรายอยู่ในตู้กระจก ทั้งแบบไส้วอลนัต ไส้ป๊อปปี้ หรือแม้แต่รสชาติใหม่ๆ อย่างไส้ช็อกโกแลต ไส้แอปริคอต หรือแม้แต่ผสมเชอร์รี่แห้ง ซึ่งสะท้อนการปรับตัวของขนมคลาสสิกให้เข้ากับยุคสมัยใหม่


    เบจ์กลีในยุคสมัยใหม่

    แม้เทคโนโลยีการอบขนมจะก้าวหน้าไปมาก แต่เบจ์กลียังคงรักษาเสน่ห์แบบดั้งเดิมไว้ได้อย่างเหนียวแน่น ไม่ว่าจะเป็นรูปทรง ลวดลาย หรือรสชาติที่เปี่ยมด้วยกลิ่นไอของความทรงจำ

    ในปัจจุบัน เบจ์กลีไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในเทศกาลอีกต่อไป หลายร้านเบเกอรี่ทำขายตลอดปี และยังส่งออกไปยังหลายประเทศในยุโรป รวมถึงอเมริกาและเอเชีย เพื่อให้ผู้คนทั่วโลกได้สัมผัสรสชาติของขนมประจำชาติฮังการี

    เชฟรุ่นใหม่ยังนำเบจ์กลีมาดัดแปลงให้น่าสนใจยิ่งขึ้น เช่น ทำในรูปแบบมินิโรล เสิร์ฟกับไอศกรีมหรือซอสวานิลลา เพื่อให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์สมัยใหม่ แต่ยังคงรสชาติและจิตวิญญาณของต้นตำรับไว้ครบถ้วน

    เบจ์กลี (Bejgli): โรลไส้วอลนัตหรือเมล็ดป๊อปปี้สุดอร่อยของฮังการี

    เบจ์กลี (Bejgli) คือขนมอบที่เต็มไปด้วยความหมายทางวัฒนธรรมและรสชาติในครัวฮังการี โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ เบจ์กลีมักปรากฏอยู่บนโต๊ะอาหารของทุกครอบครัว เป็นขนมโรลที่มีลักษณะภายนอกเป็นแป้งกรอบนุ่ม มีลายแตกเล็กน้อยบนผิว และซ่อนความหอมหวานของไส้ที่ทำจาก วอลนัตบด (diós) หรือ เมล็ดป๊อปปี้บด (mákos) อยู่ด้านใน ความลงตัวระหว่างแป้งและไส้ทำให้เบจ์กลีเป็นสัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์และความโชคดี


    ตำนานและความหมายของเบจ์กลี

    รากเหง้าของเบจ์กลีย้อนกลับไปถึงยุคศตวรรษที่ 19 ในยุโรปกลาง โดยเชื่อว่าขนมชนิดนี้ได้รับอิทธิพลจากโรลขนมเยอรมันและออสเตรียที่เรียกว่า “Roulade” หรือ “Strudel” ก่อนจะถูกชาวฮังการีปรับให้เข้ากับวัตถุดิบในท้องถิ่น เช่น ถั่ววอลนัตและเมล็ดป๊อปปี้ ซึ่งเป็นพืชที่ปลูกอย่างแพร่หลายในประเทศ

    นอกจากความอร่อยแล้ว เบจ์กลียังมีความหมายเชิงสัญลักษณ์ที่ลึกซึ้ง วอลนัตเป็นสัญลักษณ์ของพลังและความมั่งคั่ง ส่วนเมล็ดป๊อปปี้สื่อถึงความอุดมสมบูรณ์และการเริ่มต้นใหม่ ในช่วงเทศกาลคริสต์มาส การอบเบจ์กลีไม่เพียงเป็นการเตรียมของหวาน แต่ยังถือเป็นพิธีกรรมแห่งครอบครัว ที่สมาชิกจะช่วยกันนวดแป้ง บดไส้ และม้วนขนมด้วยกัน


    ความโดดเด่นของแป้งและเทคนิคการม้วน

    หนึ่งในเอกลักษณ์ของเบจ์กลีอยู่ที่ แป้งพายเนยแบบฮังการี ที่เนียน ละเอียด และมีกลิ่นหอมของเนย แป้งนี้ทำจากแป้งสาลี เนยเย็น น้ำตาลเล็กน้อย ไข่แดง และครีมหรือครีมเปรี้ยวเพื่อเพิ่มความนุ่ม การนวดแป้งต้องทำอย่างระมัดระวังไม่ให้เนยละลาย เพื่อคงเนื้อสัมผัสกรอบนอกนุ่มใน

    หลังจากแป้งถูกรีดออกเป็นแผ่นบาง ก็จะทาไส้ให้ทั่วแล้วม้วนอย่างแน่นพอดี เคล็ดลับคือไม่ควรม้วนแน่นเกินไป เพราะจะทำให้ขนมแตกเมื่ออบ การทาไข่แดงสองรอบ—รอบแรกก่อนพักแป้งและอีกรอบก่อนเข้าเตาอบ—ช่วยให้ผิวเบจ์กลีเป็นมันเงาและมีลายแตกลูกไม้ที่เป็นเอกลักษณ์


    ไส้เบจ์กลี: ระหว่างวอลนัตและเมล็ดป๊อปปี้

    ไส้ของเบจ์กลีมีสองแบบหลักคือ ไส้วอลนัต (Diós Bejgli) และ ไส้เมล็ดป๊อปปี้ (Mákos Bejgli) ซึ่งทั้งสองแบบต่างมีรสชาติที่โดดเด่นและเป็นที่รักของชาวฮังการี

    1. ไส้วอลนัต (Diós Bejgli)
      ไส้นี้ทำจากวอลนัตบดผสมกับน้ำตาล น้ำผึ้ง นม และบางครั้งก็เติมลูกเกดหรือผิวส้มเชื่อมเพื่อเพิ่มความหอมหวาน วอลนัตให้รสเข้มข้น มัน และกลิ่นหอมอบอุ่น เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบรสคลาสสิก
    2. ไส้เมล็ดป๊อปปี้ (Mákos Bejgli)
      เมล็ดป๊อปปี้ที่บดละเอียดให้รสชาติหอมมันเฉพาะตัว มักผสมกับน้ำตาลและนมร้อนเพื่อให้เนียนก่อนนำมาทาเป็นไส้ บางสูตรจะเพิ่มผิวเลมอนขูดเพื่อให้กลิ่นหอมสดชื่นตัดกับความเข้มของป๊อปปี้

    ในครอบครัวฮังการีหลายบ้าน มักจะทำทั้งสองแบบพร้อมกัน เพราะเชื่อว่า “ใครกินเบจ์กลีทั้งสองรสจะมีปีใหม่ที่สมบูรณ์ทั้งกายและใจ”


    วิธีการอบและกลิ่นที่อบอวลทั่วบ้าน

    เมื่อเบจ์กลีพร้อมเข้าเตาอบ กลิ่นหอมของเนยและไส้หวานจะลอยอบอวลไปทั่วบ้าน เตาอบต้องตั้งไฟปานกลางประมาณ 180 องศาเซลเซียส และใช้เวลาประมาณ 30–40 นาทีจนผิวเป็นสีน้ำตาลทอง เคล็ดลับคือการอบช้า ๆ เพื่อให้แป้งสุกทั่วและไส้คงความชุ่มฉ่ำไม่แห้ง

    เมื่อขนมเย็นลงแล้วจึงค่อยหั่นเป็นแว่น ๆ จะเห็นลวดลายของโรลไส้ที่สวยงามเป็นวงซ้ำไปมา รสชาติหวานพอดีและกลิ่นถั่วหรือป๊อปปี้ที่หอมละมุน ทำให้เบจ์กลีเป็นของหวานที่กินได้ทั้งกับชาหรือกาแฟ


    เบจ์กลีในปัจจุบัน: จากบ้านสู่ร้านเบเกอรี่ระดับโลก

    แม้เบจ์กลีจะเป็นขนมประจำบ้านในอดีต แต่ปัจจุบันได้กลายเป็นขนมยอดนิยมในร้านเบเกอรี่ทั่วฮังการีและประเทศเพื่อนบ้าน เช่น สโลวาเกีย ออสเตรีย และเช็ก ในฤดูหนาว ร้านขนมหลายแห่งจะอบเบจ์กลีใหม่ทุกวัน และตกแต่งด้วยลายบนผิวอย่างประณีต

    นอกจากนี้ เชฟยุคใหม่ยังสร้างสรรค์เบจ์กลีในรูปแบบร่วมสมัย เช่น เบจ์กลีมินิสำหรับงานเลี้ยง เบจ์กลีช็อกโกแลต หรือเวอร์ชันวีแกนที่ใช้น้ำมันพืชแทนเนยและนมถั่วแทนนมวัว แม้จะปรับเปลี่ยนไปตามยุค แต่หัวใจของเบจ์กลี—ความอบอุ่น ความรัก และการแบ่งปัน—ยังคงเดิม


    เคล็ดลับทำเบจ์กลีให้อร่อย

    • ใช้วัตถุดิบคุณภาพดี โดยเฉพาะเนยแท้และวอลนัตหรือป๊อปปี้บดสดใหม่
    • แช่แป้งในตู้เย็นก่อนรีด เพื่อให้เนยคงตัวและแป้งกรอบ
    • อย่าทาไส้หนาเกินไป เพราะจะทำให้แป้งแตก
    • พักขนมให้เย็นสนิทก่อนหั่น เพื่อให้ลวดลายไส้คมสวย
    • เก็บในภาชนะปิดสนิทได้หลายวัน และรสชาติจะยิ่งกลมกล่อมเมื่อผ่านไปหนึ่งคืน

    สรุป

    เบจ์กลีไม่ใช่เพียงแค่ขนมอบจากฮังการีเท่านั้น แต่เป็นสัญลักษณ์ของความอบอุ่น ความทรงจำในครอบครัว และรสชาติที่ผูกพันกับวัฒนธรรมยุโรปกลางอย่างลึกซึ้ง ไม่ว่าจะเป็นรสวอลนัตที่หอมมัน หรือป๊อปปี้ที่ละเมียดละไม ทุกคำของเบจ์กลีคือเรื่องราวของเวลา ความรัก และความใส่ใจในรายละเอียดที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น

    ขนมชิ้นนี้จึงไม่เพียงทำให้ผู้คนอิ่มท้องในวันหนาว แต่ยังเติมเต็มหัวใจด้วยกลิ่นหอมของความทรงจำและความสุขแบบฮังการีแท้ ๆ ที่ไม่เคยเลือนหายไปตามกาลเวลา.

    กรุงเทพฯ และวิถีชีวิตเมืองที่มีชีวิตชีวาของ ประเทศไทย เบจ์กลี (Bejgli): โรลไส้วอลนัตหรือเมล็ดป๊อปปี้สุดอร่อยของ ฮังการี โภชนาการที่ดีที่สุดเพื่อเสริมสร้างสุขภาพ ข้อต่อ ไก่ทอด สัญลักษณ์อาหารกรอบกรุบของอเมริกา
    Gerald Baker

    Related Posts

    ความสำคัญของ สุขภาพ ตาในกิจกรรมประจำวัน

    January 10, 2026

    เครื่อง ดื่ม ฝรั่งเศสหลากหลายชนิด รสชาติต้นตำรับ

    December 25, 2025

    เมนูปลาแบบชาว อินโดนีเซีย แท้ๆ ปรุงด้วยเครื่องเทศสูตรดั้งเดิม

    December 20, 2025

    Comments are closed.

    Type above and press Enter to search. Press Esc to cancel.