Close Menu
    Facebook X (Twitter) Instagram
    hotphuketvillas.com
    • Home
    • ข่าวสารล่าสุด
    • ความบันเทิง
    hotphuketvillas.com
    ความบันเทิง

    การเดินป่าในป่าฝน – ประสบการณ์ในแอฟริกาใต้และ แทนซาเนีย

    Gerald BakerBy Gerald BakerAugust 30, 2025No Comments3 Mins Read

    การท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติในทวีปแอฟริกาไม่ได้มีเพียงการซาฟารีเพื่อชมสัตว์ป่าเท่านั้น แทนซาเนีย แต่ยังรวมถึงการผจญภัยที่น่าตื่นตาตื่นใจอย่างการ เดินบนยอดไม้ป่าฝน (Canopy Walkway) ซึ่งเป็นกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสป่าฝนเขตร้อนจากมุมสูง ท่ามกลางเรือนยอดไม้ที่เขียวชอุ่ม เสียงนก และอากาศบริสุทธิ์

    แอฟริกาใต้และแทนซาเนียเป็นสองประเทศที่มีเส้นทางเดินบนยอดไม้ที่มีชื่อเสียงและดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ไม่ว่าจะเพื่อการผจญภัย การศึกษาเกี่ยวกับระบบนิเวศ หรือเพียงเพื่อการพักผ่อนในอ้อมกอดของธรรมชาติ


    เสน่ห์ของการเดินบนยอดไม้ป่าฝน

    ป่าฝนเป็นระบบนิเวศที่เต็มไปด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ พืชและสัตว์หลายชนิดอาศัยอยู่บนเรือนยอดไม้ที่สูงขึ้นไปจากพื้นดิน ซึ่งมนุษย์ทั่วไปมักไม่สามารถเข้าถึงได้ การมีสะพานแขวนและทางเดินบนยอดไม้ทำให้นักท่องเที่ยวได้เห็นโลกอีกมิติหนึ่งของป่าฝน

    ประสบการณ์การเดินบนยอดไม้มักประกอบด้วย:

    • สะพานแขวนไม้และเหล็ก ที่โยงเชื่อมระหว่างต้นไม้ใหญ่
    • จุดชมวิวสูง ที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์ป่าเขียวชอุ่มได้ไกล
    • โอกาสในการดูสัตว์ป่าและนก ที่อาศัยอยู่บนเรือนยอด
    • การเรียนรู้เกี่ยวกับความสำคัญของการอนุรักษ์ ป่าฝนที่เป็นปอดของโลก

    การเดินบนยอดไม้ในแอฟริกาใต้

    1. Tsitsikamma Canopy Tour, Garden Route

    หนึ่งในเส้นทางเดินบนยอดไม้ที่มีชื่อเสียงที่สุดในแอฟริกาใต้คือ Tsitsikamma Canopy Tour ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติ Tsitsikamma บนเส้นทาง Garden Route อันโด่งดัง เส้นทางนี้ประกอบด้วยแพลตฟอร์มไม้ที่เชื่อมต่อกันด้วยสายเคเบิลและสะพานแขวน นักท่องเที่ยวจะได้เลื่อนไปตามสายสลิง (zipline) หรือเดินบนสะพานแขวนที่สูงจากพื้นดินกว่า 30 เมตร

    สิ่งที่ทำให้ Tsitsikamma น่าจดจำคือทัศนียภาพของป่าฝนโบราณที่ยังคงสมบูรณ์ เต็มไปด้วยไม้ยักษ์ นกหลากสายพันธุ์ และความสงบที่หาได้ยากในโลกสมัยใหม่

    2. Kirstenbosch Tree Canopy Walkway, Cape Town

    อีกหนึ่งสถานที่ที่ได้รับความนิยมคือ Kirstenbosch Tree Canopy Walkway หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า Boomslang (หมายถึงงูต้นไม้) ตั้งอยู่ในสวนพฤกษศาสตร์ Kirstenbosch อันเลื่องชื่อที่กรุงเคปทาวน์ ทางเดินนี้สร้างจากเหล็กและไม้ มีลักษณะโค้งงอคล้ายลำตัวงู ยาวกว่า 130 เมตร และสูงสุด 12 เมตร

    เส้นทางนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเดินเล่นอย่างสบาย ๆ ท่ามกลางทิวทัศน์ของ Table Mountain และความงดงามของพืชพรรณพื้นเมือง


    การเดินบนยอดไม้ในแทนซาเนีย

    1. Lake Manyara Treetop Walkway

    แทนซาเนียมีชื่อเสียงด้านซาฟารี แต่ยังมีอีกหนึ่งกิจกรรมที่น่าตื่นเต้นคือ Lake Manyara Treetop Walkway ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติ Lake Manyara ทางเดินนี้มีความยาวกว่า 370 เมตร สูงประมาณ 18 เมตรจากพื้นดิน และเชื่อมต่อกันด้วยสะพานแขวนหลายช่วง

    การเดินบนเส้นทางนี้ทำให้นักท่องเที่ยวได้มองเห็นทิวทัศน์ของป่าฝนเขตร้อนที่อยู่รอบทะเลสาบ Manyara อันอุดมสมบูรณ์ ที่นี่เป็นบ้านของนกฟลามิงโก ลิงบาบูน และนกเขตร้อนนานาชนิด

    2. Udzungwa Mountains Canopy Experience

    ในเทือกเขา Udzungwa ซึ่งถูกขนานนามว่าเป็น “แกลเลอรีวิวัฒนาการ” ของแอฟริกา เนื่องจากมีสัตว์และพืชเฉพาะถิ่นจำนวนมาก นักท่องเที่ยวสามารถเดินป่าเข้าสู่เส้นทางที่มีสะพานแขวนและจุดชมวิวบนยอดไม้ แม้จะไม่เป็นที่นิยมเท่ากับ Lake Manyara แต่ประสบการณ์ที่ได้ถือว่าพิเศษเพราะความเงียบสงบและความหลากหลายทางชีวภาพที่น่าทึ่ง


    ความสำคัญของการอนุรักษ์

    การสร้างทางเดินบนยอดไม้ไม่ได้มีจุดประสงค์เพียงเพื่อการท่องเที่ยวเท่านั้น แต่ยังช่วยเสริมความรู้และตระหนักถึงความสำคัญของการรักษาป่าฝน การที่นักท่องเที่ยวได้สัมผัสระบบนิเวศจากมุมสูงช่วยให้เข้าใจว่าป่าฝนไม่ใช่เพียงที่อยู่อาศัยของสัตว์ แต่ยังเป็นระบบที่ช่วยรักษาสมดุลของสภาพอากาศและสิ่งแวดล้อมของโลก

    ทั้งในแอฟริกาใต้และแทนซาเนีย มีการใช้รายได้จากการท่องเที่ยวเพื่อนำไปใช้ในการอนุรักษ์และสนับสนุนชุมชนท้องถิ่น


    เคล็ดลับสำหรับการเดินบนยอดไม้

    1. สวมใส่รองเท้าที่เหมาะสม – รองเท้าผ้าใบหรือรองเท้าสำหรับเดินป่าที่สามารถยึดเกาะได้ดี
    2. เตรียมกล้องส่องทางไกล – เพื่อดูนกและสัตว์ที่อาศัยอยู่บนเรือนยอดไม้
    3. เดินด้วยความระมัดระวัง – สะพานแขวนอาจแกว่งเมื่อมีคนจำนวนมาก
    4. ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ – เพื่อความปลอดภัยและเพื่อไม่รบกวนสัตว์ป่า
    5. เลือกช่วงเวลาเช้า – ช่วงเช้ามีแสงสวยและสัตว์ป่ามักออกหากิน ทำให้มีโอกาสพบเจอมากขึ้น

    ความแตกต่างระหว่างแอฟริกาใต้และแทนซาเนีย

    • แอฟริกาใต้: เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการประสบการณ์แบบเข้าถึงง่าย ไม่ซับซ้อน เส้นทางเดินถูกออกแบบให้ปลอดภัยและเหมาะกับทุกเพศทุกวัย
    • แทนซาเนีย: ให้ความรู้สึกการผจญภัยที่แท้จริง อยู่ท่ามกลางธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการสำรวจและผูกพันกับซาฟารี

    แผนการเดินทาง 7 วัน: แอฟริกาใต้และแทนซาเนีย

    วันที่ 1–2: เคปทาวน์และ Kirstenbosch Tree Canopy Walkway

    • เช้า (วันแรก): เดินทางมาถึงเคปทาวน์ เมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องภูเขา Table Mountain และชายฝั่งที่สวยงาม
    • บ่าย: เยี่ยมชม สวนพฤกษศาสตร์ Kirstenbosch และเดินบน Boomslang Canopy Walkway ที่โค้งงอคล้ายงูต้นไม้ เพลิดเพลินกับวิวของ Table Mountain
    • วันที่สอง: ใช้เวลาเดินเที่ยวในเมืองเคปทาวน์ ชิมอาหารท้องถิ่น และเตรียมตัวสำหรับการเดินทางต่อไปยัง Garden Route

    วันที่ 3: Tsitsikamma Canopy Tour – Garden Route

    • เช้า: เดินทางสู่เขตอุทยานแห่งชาติ Tsitsikamma
    • กลางวัน: สัมผัสความตื่นเต้นกับ Tsitsikamma Canopy Tour ที่พาคุณเลื่อนตัวไปตามสายสลิงและสะพานแขวนท่ามกลางป่าฝนโบราณ
    • เย็น: พักค้างคืนในที่พักริมป่า ฟังเสียงธรรมชาติก่อนเดินทางต่อ

    วันที่ 4: เดินทางจากแอฟริกาใต้สู่แทนซาเนีย

    • บินจาก Port Elizabeth หรือ Cape Town ไปยัง Arusha (แทนซาเนีย) ผ่านการต่อเครื่องที่ Johannesburg
    • ถึง Arusha ในช่วงบ่ายหรือตอนเย็น เตรียมตัวสำหรับการผจญภัยในซาฟารีและการเดินบนยอดไม้ในวันถัดไป

    วันที่ 5: Lake Manyara Treetop Walkway

    • เช้า: เดินทางเข้าสู่อุทยานแห่งชาติ Lake Manyara
    • กลางวัน: เดินบน Treetop Walkway ที่ยาว 370 เมตรและสูง 18 เมตร เพลิดเพลินกับวิวของป่าฝนเขตร้อนรอบทะเลสาบ Manyara ที่ขึ้นชื่อเรื่องนกฟลามิงโก
    • บ่าย: ซาฟารีสั้น ๆ ชมช้าง สิงโตที่ปีนต้นไม้ และสัตว์ป่าอื่น ๆ
    • เย็น: พักค้างคืนในลodge หรือแคมป์ซาฟารี

    วันที่ 6: ซาฟารีและการเดินใน Udzungwa Mountains

    • เช้า: เดินทางไปยังเทือกเขา Udzungwa ซึ่งเป็นแหล่งธรรมชาติที่ยังคงความสมบูรณ์
    • กลางวัน: เดินบนเส้นทางที่มีสะพานแขวนและจุดชมวิวบนยอดไม้ สัมผัสป่าฝนที่เต็มไปด้วยพันธุ์ไม้เฉพาะถิ่น
    • เย็น: พักในที่พักใกล้ภูเขา ท่ามกลางความเงียบสงบและทิวทัศน์ป่าเขา

    วันที่ 7: ปิดท้ายการเดินทาง

    • เช้า: เดินป่าสั้น ๆ ชมสัตว์และพืชหายากใน Udzungwa
    • บ่าย: เดินทางกลับ Arusha หรือ Dar es Salaam
    • เย็น: ปิดทริปด้วยการดื่มด่ำบรรยากาศซาฟารีและป่าฝน ก่อนบินกลับประเทศต้นทาง

    เหตุผลที่ควรลองเส้นทางนี้อย่างน้อยครั้งหนึ่ง

    1. การผสมผสานซาฟารีกับการเดินบนยอดไม้ – ได้สัมผัสทั้งสัตว์ป่าบนพื้นดินและระบบนิเวศบนเรือนยอด
    2. สองประเทศในหนึ่งทริป – แอฟริกาใต้ให้ประสบการณ์ที่เข้าถึงง่าย ส่วนแทนซาเนียให้บรรยากาศการผจญภัยแท้จริง
    3. ทิวทัศน์ที่แตกต่างกัน – จาก Table Mountain และป่าฝน Tsitsikamma จนถึงทะเลสาบ Manyara และเทือกเขา Udzungwa
    4. ความทรงจำที่ยั่งยืน – เป็นการเดินทางที่เต็มไปด้วยภาพ เสียง และประสบการณ์ที่ยากจะหาได้จากที่อื่น

    ประมาณค่าใช้จ่ายสำหรับการเดินทาง 7 วันในแอฟริกาใต้และแทนซาเนีย

    ค่าใช้จ่ายอาจแตกต่างกันไปตามฤดูกาล ระดับที่พัก และรูปแบบการเดินทาง (อิสระหรือแพ็กเกจทัวร์) แต่โดยทั่วไปสามารถประเมินได้ดังนี้:

    1. ตั๋วเครื่องบินระหว่างประเทศ

    • จากยุโรป/เอเชียไปยังแอฟริกาใต้ (เคปทาวน์/โจฮันเนสเบิร์ก): ประมาณ 700–1,200 ดอลลาร์สหรัฐ ไป-กลับ
    • จากแทนซาเนียกลับประเทศต้นทาง: หากบินกลับจาก Dar es Salaam หรือ Kilimanjaro International Airport ค่าโดยสารมักใกล้เคียงกัน

    2. การเดินทางภายใน

    • เที่ยวบินภายในแอฟริกาใต้ (Cape Town – Port Elizabeth): ราว 100–150 ดอลลาร์สหรัฐ
    • เที่ยวบินจากแอฟริกาใต้ไปแทนซาเนีย (Johannesburg – Arusha/Dar es Salaam): ประมาณ 250–400 ดอลลาร์สหรัฐ
    • รถรับ-ส่งหรือเช่ารถส่วนตัว: ราว 40–80 ดอลลาร์สหรัฐต่อวัน หากเดินทางเป็นกลุ่ม ค่าใช้จ่ายต่อคนจะถูกลง

    3. ที่พัก

    • แอฟริกาใต้: โรงแรมระดับกลางหรือเกสต์เฮาส์ประมาณ 60–120 ดอลลาร์สหรัฐต่อคืน
    • แทนซาเนีย: ลอดจ์ใกล้อุทยานหรือแคมป์ซาฟารีประมาณ 80–200 ดอลลาร์สหรัฐต่อคืน
    • รวมที่พัก 7 คืน: 600–1,000 ดอลลาร์สหรัฐ

    4. ค่าเข้าชมและกิจกรรม

    • Kirstenbosch Gardens: ราว 10 ดอลลาร์สหรัฐ
    • Tsitsikamma Canopy Tour: ประมาณ 50–70 ดอลลาร์สหรัฐ
    • Lake Manyara Treetop Walkway + ค่าเข้าอุทยาน: รวมราว 70–100 ดอลลาร์สหรัฐ
    • Udzungwa Mountains National Park: ประมาณ 30–50 ดอลลาร์สหรัฐ
    • กิจกรรมซาฟารีเพิ่มเติม (1–2 วัน): เฉลี่ย 150–300 ดอลลาร์สหรัฐ

    5. อาหารและเครื่องดื่ม

    • อาหารท้องถิ่น/ร้านทั่วไป: 10–20 ดอลลาร์สหรัฐต่อมื้อ
    • มื้อพิเศษในลอดจ์หรือร้านอาหารระดับกลาง: 25–40 ดอลลาร์สหรัฐ
    • รวม 7 วัน: ราว 250–400 ดอลลาร์สหรัฐ

    รวมค่าใช้จ่ายโดยประมาณ (ต่อคน)

    • แบบประหยัด: 2,000–2,500 ดอลลาร์สหรัฐ
    • แบบสบายระดับกลาง: 2,800–3,500 ดอลลาร์สหรัฐ
    • แบบพรีเมียม (ที่พักหรู + ทัวร์ส่วนตัว): เริ่มต้นที่ 4,500 ดอลลาร์สหรัฐขึ้นไป

    เคล็ดลับการประหยัดค่าใช้จ่าย

    1. เดินทางเป็นกลุ่มเล็ก ๆ – ค่ารถรับ-ส่งและไกด์สามารถแชร์กันได้
    2. เลือกฤดูโลว์ซีซัน (เม.ย.–มิ.ย. และ ต.ค.–พ.ย.) – ค่าเครื่องบินและที่พักมักถูกกว่า
    3. จองแพ็กเกจรวม – บางครั้งทัวร์ที่รวมซาฟารี + Canopy Walkway อาจคุ้มค่ากว่าการจองแยก
    4. พกขวดน้ำและอาหารว่างเอง – เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายระหว่างเดินทาง
    5. เลือกที่พักผสมผสาน – พักโรงแรม/เกสต์เฮาส์บางคืน และพักแคมป์ซาฟารีบางคืน

    สรุปภาพรวมค่าใช้จ่ายและความคุ้มค่า

    แม้ว่าการเดินทาง 7 วันเพื่อสัมผัส การเดินบนยอดไม้ในแอฟริกาใต้และแทนซาเนีย จะมีค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าการท่องเที่ยวทั่วไป แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาคือประสบการณ์ที่ไม่สามารถหาได้จากที่อื่น คุณจะได้เห็นทั้งโลกจากเรือนยอดไม้ ชมสัตว์ป่าในถิ่นอาศัยตามธรรมชาติ และสัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่นที่ผูกพันกับธรรมชาติมานานหลายศตวรรษ

    นี่คือการลงทุนด้านการท่องเที่ยวที่ให้ผลตอบแทนเป็นความทรงจำอันยั่งยืนและมุมมองใหม่ต่อโลกธรรมชาติ

    กรุงเทพฯ และวิถีชีวิตเมืองที่มีชีวิตชีวาของ ประเทศไทย การเดินป่าในป่าฝน – ประสบการณ์ในแอฟริกาใต้และ แทนซาเนีย บทบาทของโพรไบโอติกในการปรับสมดุลจุลชีพใน ลำไส้ และผลต่อโรคหืด พระอาทิตย์ขึ้น จากยอดเขา: ความรู้สึกวันหยุดบนภูเขาที่ไม่มีวันลืม พักผ่อนในเมือง กัวลาลัมเปอร์ ช้อปปิ้ง รับประทานอาหาร และความบันเทิง โภชนาการที่ดีที่สุดเพื่อเสริมสร้างสุขภาพ ข้อต่อ
    Gerald Baker

    Related Posts

    เมื่อใดควรให้แพทย์รักษาเศษไม้หรือเศษแหลมที่ติดอยู่ใน ผิว หนัง?

    August 28, 2025

    การควบคุมสายตาสั้นโดยไม่ใช้ แว่นตา เป็นไปได้หรือไม่?

    August 27, 2025

    Pāvilosta: สวรรค์แห่งสายลมสำหรับไคท์เซิร์ฟใน ลัตเวีย

    August 26, 2025

    Comments are closed.

    Type above and press Enter to search. Press Esc to cancel.